Sponsor Link

Beagle VDO

Tags

Beagle การดูแลบีเกิ้ล การอาบน้ำให้บีเกิ้ล ขี้เรื้อน ท้องเสีย นิสัยของบีเกิ้ล น้องหมา น้องหมาขนร่วง น้องหมาถ่ายเหลว น้องหมาท้องเสีย น้องหมาบีเกิ้ล น้องหมาป่วยเป็นโรคไข้หัดสุนัข น้องหมามีเห็บหมัด น้องหมาเป็นขี้เรื้อน บีเกิ้ล ประวัติบีเกิ้ล พาร์โวไวรัส ยากำจัดเห็บหมัด ยาฉีดกำจัดเห็บหมัด ยาหยดหลัง ลักษณะของบีเกิ้ล วงจรชัวิตหมัด วงจรชัวิตเห็บ วิธีการรักษาไข้หัดสุนัข วิธีกำจัดห็บหมัด วิธีป้องกันเห็บหมัด วิธีป้องกันโรคสำไส้อักเสบ วิธีรักษาโรคสำไส้อักเสบ วิธีรักษาไข้หัดสุนัข สาเหตุของโรคสำไส้อักเสบ สุนัข สุนัขขนร่วง สุนัขถ่ายเหลว สุนัขท้องเสีย สุนัขเป็นขี้เรื้อน หมัด อาการของโรคสำไส้อักเสบ อาการไข้หัดสุนัข อาหารที่เป็นอันตรายกับน้องหมา เห็บ เห็บหมัด เห็บหมัดสุนัข โรคลำไส้อักเสบ โรคไข้หัดสุนัข ไข้หัดสุนัข
September 2015
M T W T F S S
« Aug    
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930  

พาร์โวไวรัส

ทำความรู้จักโรคลำไส้อักเสบ (พาร์โวไวรัส)

       พาร์โวไวรัส (Parvovirus) เป็นโรคลำไส้อักเสบที่เกิดกับน้องหมา(สุนัข) มีสาเหตุมาจากเชื้อไวรัสในสุนัข ซึ่งถือว่าเป็นโรคที่มีอาการรุนแรงเป็นแบบเฉียบพลัน ลูกสุนัขอายุ 2-6เดือนที่เป็นโรคนี้มีความเสี่ยงสูงทีน้องหมาจะตาย และมีสุนัขบางสายพันธุ์ เช่น ล็อตไวเลอร์ พิตบูล อัลเซเชียน ลาบาดอร์ มีความไวต่อโรคนี้ หากติดเชื้อพาร์โวไวรัสแล้วจะทำให้มีอาการที่รุนแรง

น้องหมา(สุนัข)กับโรคลำไส้อักเสบ (พาร์โวไวรัส)

การติดต่อของโรคลำไส้อักเสบ (พาร์โวไวรัส)

       เกิดจากการที่น้องหมากินหรือเลีย ของเหลวหรือสิ่งขับข่ายจากสุนัขตัวที่เป็นโรคนี้ โดยเฉพาะขี้หรืออุจจาระ น้องหมาที่ติดเชื้อพาร์โวไวรัสจะไม่แสดงอาการทันที โดยที่เชื้อจะใช้เวลาฟักตัว 3-7 วัน จนเชื้อเพิ่มปริมาณมากสุนัขจึงจะแสดงอาการออกมา

วิธีการตรวจหาโรคลำไส้อักเสบ (พาร์โวไวรัส)

       เมื่อพบน้องหมาแสดงอาการเสี่ยงที่จะเป็นโรคนี้ ให้พาสุนัขไปตรวจหาโรคโดยใช้ชุด Test Kit ซึ่งมี2 แบบ แบบแรกเป็นแบบตรวจคร่าวๆ หากน้องหมาเคยทำวัคซีนป้องกันโรคพาร์โวไวรัสไปแล้ว จะตรวจเจอเชื้อได้ทั้งที่สุนัขไม่ได้เป็นโรคนี้ เหมาะสำหรับน้องหมาที่ไม่เคยทำวัคซีนมาก่อน แบบที่สอง เรียกว่าแบบ สแน็ป จะไม่ตรวจจับไวรัสที่มาจากวัคซีน ราคาประมษณ 400บาท หากสุนัขเคยทำวัคซีนมาแล้วก็ควรใช้แบบที่สองในการตรวจ

อาการของสุนัขเมื่อเป็นโรคลำไส้อักเสบ (พาร์โวไวรัส)

        – ช่วง 1-2 วันแรก น้องหมาจะมีอาการซึม อ้วกวันละหลายรอบ ไม่กินน้ำกินอาหาร ถ่ายเหลว สุนัขบางตัวจะมีไข้สูง

        – ช่วงวันที่ 3-4 สุนัขยังคงอ้วก และถ่ายเป็นน้ำ สีของอุจจาระจะออกสีเหลืองปนเทา และมีกลิ่นเหม็นคาวมาก
         – หลังจากวันที่ 4 หากอาการทรุดลงน้องหมาจะเริ่มถ่ายโดยมีเลือดปนออกมาด้วย สุนัขบางตัวจะถ่ายเป็นเลือดสดๆออกมาเลย โดยส่วนมากน้องหมาที่อาการทรุดหนักจะตายภายใน3-7วันหลังแสดงอาการ

ข้อควรระวัง

       เมื่อสุนัขท้องเสีย ควรจะหาน้ำเกลือแร่ และน้ำหวานให้น้องหมากินเพื่อป้องกันน้องหมาเกิดอาการช็อกที่เป็นสาเหตูทำให้น้องหมาตายได้

การรักษาสุนัขที่เป็นโรคลำไส้อักเสบ (พาร์โวไวรัส)

        โรคนี้เกิดจากเชื้อไวรัสจึงไม่มียารักษาโดยตรง ซึ่งการรักษาน้องหมาที่เป็นโรคนี้มีดังนี้
        1. รักษาตามอาการ เมื่อพาสุนัขที่เป็นโรคพาร์โววัสไปหาหมอ หมอจะให้น้ำเกลือและยาบำรุง และฉีดยาฆ่าเชื้อและยาลดอาเจียนให้
         2. รักษาโดยวิธีฉีดเม็ดเลือดขาวของสุนัขที่เพิ่งทำวัคซีน พร้อมกับการให้น้ำเกลือและยาบำรุง วิธีนี้จะไม่เป็นที่ยอมรับในสัตวแพทย์ทั่วๆไป การรักษาวิธีนี้เป็นวิธีการรักษาที่ได้ผลดีมากจากการเล่าของผู้ที่เคยนำน้องหมาไปรักษามาแล้ว ซึ่งคุณหมอชูศักดิ์ที่อุดรธานีเป็นผู้รักษาโดยวิธีนี้ เบอร์โทรหมอ 081-739-0937
        3. การรักษาโดยให้น้องหมากินฟ้าทะลายโจร โดยทำควบคู่กับวิธีที่1. สรรพคุณของฟ้าทะลายโจรจะช่วยสร้างภูมิต้านทานให้กับสุนัขเพื่อต่อต้านกับเชื่อพาร์โวไวรัส สามารถให้น้องหมากินแบบแคปซูล หรือจะให้กินแบบนำต้นมาต้มก็ได้ ให้กินวันละ3เวลา หากน้องหมาอ้วกหลังจากกินยาภายใน1ชั่วโมงควรจะให้กินเพิ่ม

วิธีป้องกันโรคลำไส้อักเสบ (พาร์โวไวรัส)

      ป้องกันโดยการฉีดวัคซีน เมื่อสุนัขมีอายุ 6สัปดาห์ หรือเดือนครึ่งให้ฉีดวัคซีนเข็มแรก และฉีดเข็มที่สองเมื่ออายุ 8สัปดาห์ หรือ 2เดือน จากนั้นฉีกเข็มที่สามเมื่อน้องหมาอายุ 12สัปดาห์ หรือ 3เดือน จากนั้นก็ทำการฉีดวัคซีนกระตุ้นทุกๆ 1 ปี ในช่วงที่น้องหมาฉีดวัคซีน 3 เข็มแรก ไม่ควรพาน้องหมาออกไปเดินเล่นนอกบ้าน ตอนพาไปฉีดยาก็ไม่ควรให้น้องหมาเดินตามพื้นทั้งในและรอบๆ โรงพยาบาลหรือคลินิก เพราะที่โรงพยาบาลหรือคลินิกจะมีเชื้อโรคต่างๆมากมาย ทำให้น้องหมามีความเสี่ยงในการติดเชื้อพาร์โวไวรัส หลังจากที่สุนัขรับวัคซีนเข็มที่สามแล้ว 2 สัปดาห์จึงจะมีภูมิต้านทานเต็มที่ แต่น้องหมาที่ได้รับวัคซีนครบก็มีโอกาสเป็นโรคพาร์โวไวรัสได้เช่นกัน